ภาพถ่าย

วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2555

รังแคคืออะไร


   
        รังแคคืออะไร  รังแคเป็นโรคผิวหนังชนิดนึง  โดยทั่วไปเกิดขึ้นที่บริเวณหนังศีรษะที่พัฒนาในระหว่างการเจริญเติบโตตามปกติศีรษะ  ผิวของเซลล์ในหนังศีรษะปกติเซลล์เก่าตายและหลุดออกมา  โดยสาเหตุของการเกิดรังแคแบ่งได้ตามนี้คือ  รังแคที่เกิดจากภายในและรังแคที่เกิดจากภายนอก

       รังแคที่เกิดจากสาเหตุภายใน  อาจจะเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน, โรคภูมิแพ้ให้นม, ถั่ว, ช็อตโลแกต  หรือหอย  ขาดการพักผ่อนหรือว่าเกิดความเครียดการบริโภคน้ำตาลหรืออาหารที่มีไขมันมากเกินไปก็ทำให้เกิดรังแคได้  นอกจากนี้ในบางคนยังเป็นรังแคที่เกิดจากพันธุกรรมอีกด้วย

       รังแคที่เกิดจากสาเหตุภายนอก  เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์แต่งผมไม่ถูกต้อง  และอาจใช้ในจำนวนที่มากเกินไปอย่างเช่นแพ้น้ำยายืดผม  แพ้น้ำยาตัดผม  แพ้สีทำผม  สระผมแล้วล้างแชมพูไม่หมด  ทั้งนี้รวมไปถึงสภาพแวดล้อมทางอากาศเช่น  อากาศเย็น  ความร้อนแห้งความอับซื้นบนหนังศีรษะ

  วิธีแก้ปัญหาเมื่อรังแคมาเยือน
       สระผมด้วยน้ำเย็น  จะช่วยให้หนังศีรษะไม่แห้งและลอกเป็ยขุยซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดรังแค  และยังทำให้ผมดูนุ่มสวยเงางามได้อีกด้วย
       หลักเลี่ยงแสงแดดที่จัด  เพราะแสงแดดเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเส้นผมและหนังศีรษะ  ทำให้เกิดหนังศีรษะแห้ง  เส้นผมชี้ฟู  ขาด น้ำหนัก  และไม่เงางาม
       นวดบำบัดขจัดรังแค  ทุกครั้งที่สระผมควรรวดศีรษะเบาๆ  ซึ่งนอกจากช่วยผ่อนคลายความเครียดแล้ว  ยังสามารถขจัดเซลล์หนังศีรษะที่ตายให้หลุดออกได้ง่ายขึ้น
       เลือกยาสระผมให้เหมาะสม  ควรเลือกให้ยาสระผมที่ช่วยขจัดรังแคอย่างสม่ำเสมอ  และควรล้างแชมพูให้สะอาดทุกครั้งหลังสระผม  เพื่อขจัดสารเคมีที่ตกค้าง
       รับประทางอาหารที่มีประโยชน์  ควรรับประทานอาหารที่มีส่วนปะรกอบของธาตุสังกระสีวิตามินบี ซี  และอี  อยู่เสมอ  เพื่อการบำรุงหนังศีรษะ
         
 ที่มา : นิตยสาร Spicy
            http://www.krabork.com/2012/03/16/รังแค-คืออะไร-และวิธีกา/#more-1145

อันตราย..เมื่อสารก่อมะเร็ง ถูกพบในสบู่เหลว


         

       ตามรายงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเด็ก ของกลุ่มรณรงค์เพื่อเครื่องสำอางที่ปลอดภัย เผยว่าเด็กทารกทั่วอเมริกากำลังอาบน้ำด้วยสบู่เหลวที่เต็มไปด้วยสารก่อ มะเร็ง และสารพิษอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
       และ ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์หลายยี่ห้อในอเมริกาจะใช้คำโฆษณาบ่งบอกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ ที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน สดชื่น เป็นธรรมชาติ แต่จากข้อมูลขององค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่ทำงานด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากการส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นสบู่เหลวอาบน้ำสำหรับเด็ก โลชั่นสำหรับทารก และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็กเล็กโดยไม่เปิดเผยตราสินค้า ให้กับห้องแล็ปหลายแห่งทดสอบการปนเปื้อนของสาร 1,4-dioxane (สารสังเคราะห์เลียนแบบมะพร้าวที่มีความเข้มข้นสูง สามารถซึมลงสู่ผิวได้ดี) และ Formaldehyde (สารที่ใช้ในวงการแพทย์ สำหรับใช้ฆ่าเชื้อโรคในเครื่องมือต่าง ๆ) โดยสารก่อมะเร็งทั้ง 2 ชนิดนี้ มักไม่ปรากฏบนฉลากแสดงส่วนผสมของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าถูกใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว



ที่มา http://article.zubzip.com/category/10/%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B5

กินพออิ่มทำให้หน้าเด็ก

วิธีถนอมสายตา จากคอมพิวเตอร์


       เริ่มจาก ‘จอภาพ’ ควรห่างจากสายตาประมาณ 1 ช่วงแขน และ ตั้งกับโต๊ะที่ไม่สูงหรือต่ำเกินไป หากระยะห่างระหว่างจอกับตาไม่สัมพันธ์กัน จะทำให้รู้สึกเมื่อยล้าและปวดตาได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และหลังเกร็ง เนื่องจากท่านั่งไม่สมดุล และต้องก้ม-เงย เป็นเวลานาน

       ปรับแสงหน้าจอคอมฯ ให้รู้สึกสบายตา โดย ดูจากสภาพแวดล้อมในห้องด้วยว่า เมื่อส่องมากระทบจะมีแสงจ้าเกินไปหรือไม่ เพราะแสงที่สว่างมากจะส่งผลเสียต่อตาได้ง่าย อาจทำให้รู้สึกแห้งและแสบตา นอกจากนี้ อาจติดแผ่นกรองรังสี เพื่อลดการกระจายแสง

       คลายความล้า โดยหยุดพักทุก 30 นาที มอง ไปไกล ๆ หรือหลับตาประมาณ 5 นาที จากนั้น อาจเปลี่ยนอิริยาบถยืดเส้นยืดสาย เพื่อลดปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเนื่องจากการใช้คอมฯ เป็นเวลานาน

       หลังทำงานเสร็จ หลับตา แล้วใช้น้ำเย็นชโลมดวงตา หรือหาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาปะคบประมาณ 5 นาที จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อตา และทำให้เลือดหมุนเวียนมาเลี้ยงดวงตาได้ดี
ลองทำตามคำแนะนำ ที่สะกิดนำมาฝากกันนะคะ ไม่ยากเลยค่ะ ^-^

ที่มา http://sakid.com/2011/07/16/30088/

น้ำผึ้งผสมมะนาว แก้อาการไอ


สำหรับคนที่เป็นหวัด ป่วย ไอ เรื้อรัง ไม่ชอบทานยา หรือทานยาแล้วไม่หาย ลองทำตามสูตรนี้ค่ะ
น้ำผึ้งผสมมะนาว แก้อาการไอ

วิธีทำ
       ผสมน้ำผึ้ง 3 – 4 ส่วน น้ำมะนาว 1 ส่วนกับน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นสักแก้ว
ถ้าใครนอนไม่หลับ ลองตื่นมาทานน้ำผึ้งผสมน้ำมะนาวร้อนๆสักแก้ว รับรอง นอนหลับฝันดีเลยค่ะ
       น้ำผึ้งนั้นไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ และน้ำผึ้งที่ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย สเตท นี้ศึกษาเป็นน้ำผึ้งชนิดสีเข้มซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระด้วย และนักวิจัยระบุว่าเหตุที่น้ำผึ้งสามารถช่วยบรรเทาอาการไอได้นั้นก็เพราะว่ามันทำให้ลื่นคอและรู้สึกผ่อนคลายที่ลำคอ

วิธีสังเกตน้ำผึ้งแท้

       หากเป็นน้ำผึ้งปลอมที่เพียงแต่เปิดฝาขวดออกมา มีกลิ่นน้ำอ้อยโชยมาแตะจมูกละก็…มิใช่น้ำผึ้งแท้อย่างแน่นอน
       น้ำผึ้งที่ดีควรมีกลิ่นหอมของดอกไม้ ที่ระบุไว้บนฉลากข้างขวดน้ำผึ้ง เช่น น้ำผึ้งลำไยก็ควรมีกลิ่นของลำไย เป็นต้น น้ำผึ้งต้องมีความหนืด แม้ในอากาศร้อนหรืออุณหภูมิห้อง น้ำผึ้งที่ดีต้องมีสีอ่อนตามธรรมชาติที่ได้เก็บเกี่ยวมา
       ถ้าน้ำผึ้งมีสีเข้มมากจนดำ แสดงว่าเป็นน้ำผึ้งที่เก็บมานานแล้ว ซึ่งน้ำผึ้งที่เก็บมานานจะมีคุณประโยชน์ลดลงเรื่อย ๆ
       น้ำผึ้งที่ดีต้องไม่แยกชั้น ต้องอยู่เป็นเนื้อเดียวกัน แม้ในบางครั้งอาจพบน้ำผึ้งเกิดการตกผลึกได้เนื่องจากน้ำผึ้งที่ได้จากการเลี้ยงด้วยดอกไม้ต่างชนิดกัน
       แต่น้ำผึ้งแท้ที่ตกผลึกนั้นจะมีผลึกเป็นแท่งเหลี่ยมแหลมเปราะบาง และถ้าน้ำผึ้งนั้นตกผลึกทั้งขวดจะมองเห็นสีผลึกเป็นสีเดียวกันทั้งขวดไม่เป็นสีเข้มปนสีอ่อนตกผลึกอยู่ที่ก้นขวด เหนือผลึกขึ้นมาเป็นของเหลวเป็นส่วนมากและสีของเหลวนั้นมักมีสีเข้มกว่าผลึกอย่างเห็นได้ชัด

เลือกซื้อน้ำผึ้งแท้ด้วยนะคะ เพราะน้ำผึ้งปลอม ไม่มีผลยืนยันทางการแพทย์ค่ะ ^-^

ที่มา  http://sakid.com/2012/03/30/31194/

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555

น้ำมะพร้าว...มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

      " น้ำมะพร้าว" ถือเป็นเครื่องดื่มเกลือแร่จากธรรมชาติ เพราะต้นมะพร้าวมีลำต้นสูง  ต้องผ่านการกลั่นกรองตามชั้นต่างๆ ของลำต้นกว่าจะถึงลูกมะพร้าวที่อยู่ข้างบนน้ำมะพร้าวที่ได้มาจึงบริสุทธิ์มาก และอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียมเหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์และวิตามินบี แถมย ังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ภายใน 5 นาที และยังเป็นประโยชน์ในการขับสารพิษและชำระล้างร่างกายด้วย


น้ำมะพร้าวช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์
      การดื่มน้ำมะพร้าวทุกวันจะช่วยชะลออาการอัลไซเมอร์ได้ จากผลงานวิจัยของดร.นิซาอูดะห์ ระเด่นอาหมัด อาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า ในน้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนคล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือเอสโตรเจนสูง  ซึ่งมีผลช่วยชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมในสตรีวัยทอง

      นอกจากนี้ การดื่ม  น้ำมะพร้าวเป็นประจำทุกวันยังสามารถช่วยสมานแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้นกว่าปกติและไม่ทิ้งรอยแผลเป็นอีกด้วย

น้ำมะพร้าวช่วยให้ผิวพรรณสดใส

       น้ำมะพร้าวสามารถช่วยเสริมสร้างความสวยใสของผิวพรรณ ทำให้เปล่งปลั่งและขาวนวลขึ้นจากภายในสู่ภายนอก  เพราะในน้ำมะพร้าวมีเอสโตรเจนอยู่ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน  ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ และในน้ำมะพร้าวยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตและแบ่งเซลล์ได้ดี  แถมยังมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ขับของเสียหรือสารพิษออกจากร่างกาย ( คล้ายๆ กับการทำดีท็อกซ์)  จึงช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใส

อีกทั้งความเป็นด่างของน้ำมะพร้าวยังช่วยปรับสมดุลของร่างกายในช่วงที่มีความเป็นกรดสูง  ทำให้กลไกการทำงานของระบบภายในเป็นปกติ ส่งผลให้มีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

..น้ำมะพร้าว
     "สปอร์ตดริ๊งค์" จากธรรมชาติ
เนื่องจากน้ำมะพร้าวมีปริมาณเกลือแร่ที่จำเป็นสูง รวมทั้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียเนื่องจากอาการท้องเสียหรือท้องร่วงได้จึงจัดเป็นสปอร์ตดริ๊งค์ (Sport Drink) สามารถดื่มหลังการสูญเสียเหงื่อจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย
 
      นอกจากนี้ ในประเทศไต้หวันและประเทศจีน ยังนิยมดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อลดอาการเมาหลังการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย  น้ำมะพร้าวเป็นอาหารบริสุทธิ์ และเต็มไปด้วยกลูโคสที่ร่างกายดูดซึมเข้าไปใช้ได้ง่าย  นอกจากนั้นมะพร้าวยังเป็นผลไม้ที่มีความเป็นด่างสูง สามารถรักษาโรคที่เกิดจากร่างกายมีความเป็นกรดมากเกินไป
      หมอพื้นบ้านไทยถือกันว่า มะพร้าวเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเส้นเอ็น  ใช้รักษาโรคกระดูกได้ ส่วนคนจีนเชื่อว่า น้ำมะพร้าวมีฤทธิ์เป็นกลาง  ไม่เป็นทั้งหยินและหยาง มีสรรพคุณในการขับพยาธิ สำหรับคนไข้ที่อาเจียนและท้องร่วงในเวลาเดียวกัน  สามารถดื่มน้ำมะพร้าวเพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมกลูโคสไปใช้ในเวลาอันรวดเร็วได้..


     น้ำมะพร้าวดื่มได้ทุกวัน ทุกเพศทุกวัย เพราะเป็นเครื่องดื่มจากธรรมชาติทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เป็นอันตรายเหมือนน้ำอัดลม น้ำหวานหรือน้ำที่ผ่านการปรุงแต่ง เพราะไม่ทำให้เกิดพิษหรือทัอกซินขึ้นในร่างกาย แต่สำหรับคนที่เป็นโรคไตและโรคเบาหวานไม่ควรดื่ม  เพราะน้ำมะพร้าวมีความหวาน ไม่เหมาะกับโรคดังกล่าว และไม่ควรดื่มในสตรีที่กำลังมีประจำเดือน เพราะจะทำให้ประจำเดือนหยุดเนื่องจากมีฮอร์โมนเพศหญิงที่ทำให้ผนังเยื่อบุมดลูกหยุดการลอกตัว

      น้ำมะพร้าวเปิดลูกแล้วควรดื่มเลย ไม่ควรทิ้งไว้นาน ถ้าเราตัดหรือหั่นผลไม้ อย่าทิ้งไว้เกินครึ่งชั่วโมง แม้จะเก็บในตู้เย็นก็ตามค่ะ ควรกินให้หมดในครั้งเดียว ผลไม้แต่ละอย่างจะมีพลังชีวิต ถ้ากินผลไม้สุกจากต้นจะได้รับพลังชีวิตสูง  หากเก็บทิ้งค้างไว้ พลังชีวิตหรือคุณค่าของผลไม้จะลดต่ำลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่เก็บ

อย่าลืมดื่มน้ำมะพร้าวเป็นประจำนะคะ เพื่อสุขภาพที่ดีของเราเองค่ะ...

ที่มา http://thaiherbclinic.com/node/1467

 

ความจำแย่แก้ได้ด้วย4วิธี


      วัยที่เพิ่มขึ้นบางครั้งอาจทำให้เริ่มหลงลืม ปัญหานี้บรรเทาได้ด้วยเทคนิค 4 ข้อ แนะวัยทำงานปฏิบัติดี วัยเรียนปฏิบัติเลิศ
     
         วิธีแรก โฟกัสสายตา โดยนั่งจ้องวัตถุ หรือ เหตุการณ์ตรงหน้า จดจำรายละเอียดให้มากที่สุด นานประมาณ 3 นาที จากนั้น ละสายตา แล้ววาดสิ่งที่เห็นบนกระดาษ เมื่อเสร็จตรวจดูว่ามีสิ่งใดตกหล่นไปหรือไม่ ฝึกสม่ำเสมอจะช่วยพัฒนาความจำระยะสั้น บริหารสมอง และเสริมประสิทธิภาพความจำด้านสายตา
      
         วิธีต่อมา รับประทานอาหารอุดมวิตามินซี, อี และเบต้าแคโรทีน โดยเฉพาะส้ม องุ่น เบอร์รี ผักสีเขียว ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อสมองจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เซลล์สมองเสื่อม ทั้งนี้ ผลวิจัยในต่างประเทศพบว่า ผู้บริโภควิตามินซีสูง มีผลการทดสอบด้านสมาธิ ความจำ และการคำนวณดีที่สุด
     
         ตามด้วย การทำกิจกรรมท้าทายความคิด เมื่ออายุเริ่มเข้าเลขสาม สมองจะเริ่มทำงานช้าลง ดังนั้น ควรหางานอดิเรกยามว่างที่สนุกสนานทำ เช่น เต้นแทงโก้ เรียนภาษาใหม่ ต่อจิ๊กซอว์ เกมส์ปริศนาอักษรไขว้ เล่นปิงปอง เป็นต้น ช่วยพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของสมอง และความจำได้ดี
    
          สุดท้าย นอนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เซลล์ประสาทจะสื่อสารกันได้มากขึ้น ส่งผลต่อการเรียนรู้ และความจำ.

ที่มา  ทีมเดลินิวส์ออนไลน์

หายปวดฟันทันใจ ‘เกลือสมุทร+สารส้ม’


          เวลามีอาการปวดฟัน ทรมานอย่าบอกใคร ผู้ที่เคยมีประสบการณ์คงเข้าใจความรู้สึกนั้นดี ‘มุมสุขภาพ’ สรรหาสูตรยาภูมิปัญหาชาวบ้าน เสมือนเป็นยาแก้ปวดฟันแบบเฉพาะหน้ายามที่ยังไม่สามารถพบทันตแพทย์ได้

         สูตรนี้ให้เตรียมเกลือสมุทรเอาไปตำให้ละเอียด 1/2 ช้อนชา และสารส้มที่นำไปตำละเอียดเช่นเดียวกันอีก 1/2 ช้อนชา ได้แล้วใส่ถ้วยเพื่อผสมให้เข้ากัน จากนั้นล้างมือให้สะอาด ก่อนใช้นิ้วป้ายส่วนผสมแล้วทาเข้าไปในช่องปากตรงบริเวณที่รู้สึกปวดฟัน ช่วยลดอาการปวดฟันได้ในไม่ช้า

         หากเกรงว่าส่วนผสมจะกระจายตัวเร็วเกินไป ให้ห่อเกลือสมุทรและสารส้มละเอียดนั้นด้วยสำลีแผ่นบางหุ้มผ้าก๊อส เอาใส่ปากกัดเบาๆ ไว้ให้ตรงบริเวณที่ปวดฟันก็ได้เช่นกัน

         แม้สารส้มจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะส่วนใหญ่ก็นิยมใช้สารส้มแกว่งน้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกตกตะกอน แล้วนำนำมาไปดื่มไปใช้ แต่หากกินสารส้มในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้บางคนเกิดแพ้พิษของสารส้ม ซึ่งจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ซึม

         อย่างไรก็ตาม หลังบรรเทาอาการปวดด้วยสูตรเกลือสมุทรกับสารส้มแล้ว ควรไปพบทันตแพทย์ตรวจหาสาเหตุของการปวดฟันและรับการรักษาให้ตรงจุด.

ที่มา : ทีมเดลินิวส์ออนไลน์    http://www.dailynews.co.th/article/822/4021

อาหารเพื่อสุขภาพแต่แคลอรี่สูง





 ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=3JhRQcQK2y8&feature=related

นมถั่วเหลือง ดีกว่า นมวัว จริงเหรอ?


"ที่เค้าว่านมถั่วเหลืองดีอย่างโน้นอย่างนี้ แถมราคาก็ถูกกว่านมวัว แล้วอย่างนี้เราจะหันมาดื่มนมถั่วเหลืองแทนนมวัวซะเลยจะดีไหม"

     คำถามนี้เคยเกิดขึ้นในใจ คุณบ้างรึเปล่า? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยที่ว่านี้กันให้ชัด ๆ เลย

     ใน เรื่องของโปรตีน ถ้าทำน้ำถั่วเหลืองจากสูตร ถั่วเหลือง 1 ส่วนต่อน้ำ 8 ส่วน จะได้โปรตีนใกล้เคียงกับนมวัว คือ ดื่มนมถั่วเหลือง 1 แก้ว (200 มิลลิลิตร) จะได้โปรตีน ประมาณ 6 กรัม (นมวัว 1 แก้ว จะได้โปรตีนประมาณ 7 กรัม) แต่คุณภาพโปรตีนในนมวัวมีความสมบูรณ์ของกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของ โปรตีนดีกว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองที่มาจากพืช แต่คุณภาพของโปตีนในนมถั่วเหลือง ก็สามารถเสริมให้ดีขึ้นได้ ด้วยการเติมเครื่องต่าง ๆ อย่างที่นิยมกัน เช่น ลูกเดือย สาคู ถั่วแดงลงไป ได้ทั้งความอร่อยแถมคุณค่าของโปรตีนสมบูรณ์ขึ้น

     พลังงานที่ได้จากนมวัวจะมีไขมันมากกว่านมถั่วเหลืองถึง 2 เท่า คือนม วัว 1 แก้วจะให้พลังงาน ประมาณ 170 แคลอรี่ ส่วนนมถั่วเหลืองจะให้เพียง 80 แคลอรี่ เท่านั้น แต่คนที่ดื่มนมถั่วเหลืองเติมน้ำตาลมาก จนมีรสหวานกว่านมสดรสหวาน ก็จะได้พลังงานทั้งหมดพอ ๆ กัน แม้ว่านมถั่วเหลืองจะให้แคลเซียมที่น้อยกว่านมวัว แต่ให้ธาตุเหล็กและวิตามินบีหนึ่งที่มากกว่า

     เราดื่มนมถั่วเหลืองทดแทนนมวัวไม่ได้ เพราะจะมีแคลเซียมน้อยกว่านมวัวอยู่มาก แต่หากมีการเสริมแคลเซียมลงในนมถั่วเหลือง ก็เท่ากับว่าเสริมคุณค่าทางโภชนาการให้สมบูรณ์มากขึ้น สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มนมถั่วเหลืองเป็นอาหารเสริมก็ควรดื่ม วันละ 1-2 แก้ว

     หากเป็น นมถั่วเหลืองธรรมดา ที่ไม่ได้มีการเสริมแคลเซียม ขอแนะนำให้ดื่มนมวัวบ้างประมาณวันละ 1-2 แก้ว สำหรับผู้ใหญ่ หรือ 2-3 แก้วสำหรับเด็ก เช่นเดียวกับหญิงมีครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อจะได้แคลเซียมอย่างเพียงพอกับความต้องการของร่างกายในสภาวะนั้นๆ

ที่มา http://article.zubzip.com/topic/5912